Home » 1. Investment Talk, 1.4 Stock

InvestmentTalk – มองการชุมนุม, งาน Motor Show, และความคิดของนักลงทุนต่างชาติ ผ่านตลาดหุ้น

8 April 2010 491 views One Comment

Written by:

มีท่านผู้อ่านที่ติดตามผ่านทาง http://facebook.com/FundManagerTalk หลายท่าน เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดแม้จะเกิดความไม่สงบทางการเมืองในครั้งนี้ แต่ตลาดหุ้นกลับวิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีนักลงทุนหลายท่านที่ได้ขายลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไปตั้งแต่ช่วงวันพิพากษาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 วันนั้น SET Index อยู่ประมาณ 721 และก็มีอีกหลาย ๆ ท่านที่ขายเงินลงทุนใน SET ในช่วงที่มีการชุมนุมนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึง ณ ขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ SET Index อยู่ที่ 818 จุด ท่ามกลางแรงซื้ออย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติ บทความวันนี้จะเป็นบทความที่สะท้อนความเห็นของผู้เขียนที่วิเคราะห์มุมมองที่ตลาดหุ้นมีต่อการเมือง และเศรษฐกิจครับ


ณ ขณะเดียวกับที่มีผู้ชุมนุมออกเรียกร้องอยู่ทั่วกรุงเทพ และปิดถนนสายสำคัญหลายสาย ยอดขายรถในงานมอเตอร์โชว์ของปี 2553 ก็ทำสถิติขายสูงกว่า 25,000 คัน สูงกว่าปีที่แล้วกว่าหมื่นคัน ท่ามกลางเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้านบาท ที่มาแรงที่สุดก็หนีไม่พ้น Nissan March อีโคคาร์ของค่าย Nissan ที่ได้รับประโยชน์จาก “First Mover Advantage” ไปเต็ม ๆ โดยค่ายนิสสันกวาดยอดขายไปกว่า 2,600 คัน เป็นอันดับสองรองจากค่าย Toyota

เช่นเดียวกับค่ายธนาคารโลก หรือ World Bank ที่ได้ออกมาปรับประมาณการ GDP ของไทยในปี 2553 ขึ้นเป็น 6.2% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงมากกว่าการประมาณการของแบงค์ชาติ, สภาพัฒน์, และนักเศรษฐศาสตร์ของหลาย ๆ ค่าย การที่ World Bank มองเศรษฐกิจไทยดีขนาดนี้ สะท้อนถึงมุมมองว่าความไม่ปกติทางการเมืองที่เกิดในปีนี้จะไม่กระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมากนัก ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้นหากเราดูไปที่ตัวเลขการบริโภค การลงทุน และการส่งออก ที่เติบโตได้ดีมากในปีนี้

หากมองกลับไปที่เหตุการณ์รัฐประหารในช่วงปลายปี 2549 ในช่วงนั้นกลับมีนักวิเคราะห์หลายค่ายที่ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ จากผลกระทบทางการเมือง แม้ในความเป็นจริงตลาดหุ้นในปี 2550 ก็ได้ปรับขึ้นมาพอสมควร ที่เป็นเช่นนั้นเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอันเนื่องมาจากเกิดการรัฐประหารมักจะทำให้กระบวนการงบประมาณ และความเชื่อมั่นของต่างชาติลดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นบนระบบประชาธิปไตยที่มีรัฐบาลที่มจากการเลือกตั้ง ยังคงมีรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติว่าเป็นรัฐบาลจากกระบวนการประชาธิปไตย และรัฐบาลยังคงสามารถประคับประคองเศรษฐกิจ รวมถึงกระบวนการงบประมาณต่าง ๆ ได้ดีกว่า

ในปี 2553 นี้ก็เช่นกัน ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นยังคงเกิดขึ้นบนพื้นฐานการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และโอกาสที่จะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารก็ดูจะมีน้อย หากดูจากท่าทีของทางฝ่ายทหาร และเป็นที่เห็นได้ชัดว่าประชาชนรับไม่ได้หากเกิดการปฏิวัติ ดังนั้นไม่ว่าผลของการชุมนุมครั้งนี้จะออกมาอย่างไร ไม่ว่าจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หรือไม่ยุบสภาในช่วงนี้ ก็จะยังคงมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่นักลงทุนต่างชาติยังคงยอมรับได้ ประกอบกับการฟื้นตัวที่ชัดเจนของเศรษฐกิจไทย รวมถึงเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย และเศรษฐกิจโลก และราคาหุ้นของประเทศไทยยังจัดได้ว่ามีค่า P/E Ratio และ Dividend Yield ที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค จึงเป็นสาเหตุให้เงินของนักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่องในปีนี้ครับ อย่างไรก็ตามหาก SET Index ปรับขึ้นไปจนถึงระดับราคาที่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค ผมเชื่อเช่นเดียวกันว่าจะเกิดเงินทุนไหลออกไม่น้อยทีเดียวเหมือนกัน เนื่องจากว่าปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองของประเทศไทยจัดได้ว่าสูงกว่าประเทศอื่น ๆ โดยทั่วไปครับ สุดท้ายนี้ก็ขอภาวนาให้ประเทศเราผ่านพ้นความปั่นป่วนไปให้ได้โดยเร็ว ซึ่งคงต้องเริ่มจากการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของคนอื่น “แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก” ที่สุดแล้วเราก็คนไทยด้วยกันครับ

ติดตามบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการลงทุนโดย คุณเจษฎา สุขทิศ และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนอีกหลายท่านได้ที่ http://fundmanagertalk.com สำหรับท่านที่สนใจติดตามเรื่องการลงทุนแบบทันสถานการณ์ มาแลกเปลี่ยนกันได้ที่ http://twitter.com/FundTalk สวัสดีปีใหม่ไทยล่วงหน้าครับ


 คุณ เจษฎา สุขทิศ, CFA. / นามทวิตเตอร์ @FundTalk ผู้ก่อตั้ง FundManagerTalk.com ปัจจุบันเป็น Senior Fund Manager ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (”SCBAM”) คุณ เจษฎา เรียนจบ ป.ตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ และ ป.โท ด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ที่ จุฬาฯ คุณ เจษฎา ได้เริ่มทำงานด้านบริหารเงินลงทุนในปี 2545 กับ บลจ. ยูโอบี (”UOBAM”) … ต่อมาในปี 2548 คุณ เจษฎา ได้ย้ายไปเป็นผู้จัดการกองทุนสังกัด บลจ. อยุธยา เจเอฟ (”AJF”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ JPMorgan Asset Management โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น บลจ. อยุธยา (“AYF”) … และในปี 2554 คุณ เจษฎา ก็ได้ย้ายไปสังกัดอยู่ค่าย SCBAM ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และบริหารเงิน คุณ เจษฎา มีงานอดิเรก คือการทำร้าน “La Lune Bar & Restaurant” ร่วมกับเพื่อน และการเขียนบทความ /บล็อก เกี่ยวกับการลงทุน Read more from this author


One Comment »

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

 

Switch to our mobile site