Home » 1. Investment Talk, 1.2 Asset Allocation

InvestmentTalk – เทคนิคการเลือกสินทรัพย์ลงทุนหลัก (Core Asset) ที่เหมาะกับตัวคุณ

3 September 2010 1,565 views One Comment

Written by:

หลักกการลงทุนที่นิยมใช้กันทั่วไปวิธีหนึ่งคือ หลัก Core/Satellite Approach คือ การจัดพอร์ตการลงทุนโดยรวม ควรจะมีส่วนที่เป็นสินทรัพย์หลัก (Core Asset) เพื่อให้ได้รับผลตอบใกล้เคียงกับตลาดที่เหมาะกับผู้ลงทุน ควบคู่ไปกับส่วนที่เป็น Satellite ในสัดส่วนที่น้อยกว่า ซึ่งหมายถึงการลงทุนแบบ Active Management เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม

วันนี้ผมจะนำเสนอวิธีการคัดเลือกสินทรัพย์หลัก ซึ่งหมายถึงสินทรัพย์ที่เราควรจะกระจายความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของคุณไปลงทุนระยะยาว ตามทฤษฎีแล้ว สินทรัพย์หลักจะเป็นการลงทุนแบบ Passive เช่นการลงทุนใน Index Fund ที่ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีราคาหลัก ๆ ของโลก เช่น 1) S&P 500, Russell 3000 สำหรับตลาดหุ้น 2) Lehman Aggregate, JPmorgan Global Government Bond สำหรับตราสารหนี้ 3) Goldman Sachs Commodity (GSCI) สำหรับตลาดโภคภัณฑ์

ประเด็นสำคัญคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มสินทรัพย์ (Asset Class)ไหนที่เหมาะกับตัวคุณ ซึ่งผมขอเสนอวิธีวิเคราะห์อย่างง่าย ๆ ดังนี้ครับ

  1. กำหนดระยะเวลาการลงทุน (Holding Period Return) – ตามทฤษฎีควรจะใช้ระยะเวลาการลงทุน 3 – 5 ปี แต่สำหรับตัวอย่างในวันนี้ผมจะใช้ระยะเวลาการลงทุน 1 ปีในการคำนวณครับ
  2. หาข้อมูลราคาของสินทรัพย์แต่ละประเภทย้อนหลัง – สำหรับตัวอย่าง ผมจะใช้ SET Index, Thai Government Bond Index, Global Equity Index, Global Bond Index เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปีนับแต่ปี 2001 (สำหรับดัชนีราคาหุ้นแนะนำให้ใช้ Total Return Index ที่รวมเงินปันผล แต่กรณีผมใช้ SET Index ครับ)
  3. คำนวณหาผลตอบแทนเฉลี่ยของการลงทุนสำหรับการถือครอง 1 ปี, ค่าสูงสุด, ค่าต่ำสุด, Standard Deviation และ Sharpe Ratio (SHARPE = [Return – Risk Free Rate] / SD )
  4. คำนวณหาผลตอบแทนแต่ละปีปฏิทินเพื่อประกอบการพิจารณา
  5. นำข้อมูลผลลัพธ์ที่ได้ไปวิเคราะห์เลือกสินทรัพย์หลักที่เหมาะกับคุณ ในระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้

ตารางที่1. ผลการคำนวณ 1-year holding period return/ SD / Sharpe Ratio (ข้อมูลย้อนหลัง 2001 – ก.ค. 2010)

จากตารางที่ 1. พบว่า

-          ผลตอบแทนเฉลี่ย: สำหรับการลงทุนต่อปีที่สูงสุดคือ SET ที่ 15.59% ต่ำสุดคือการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินคือ 2.51%

-          กรณีที่แย่ที่สุด: สำหรับการลงทุน 1 ปีคือการลงทุนใน SET ที่ – 57.63% และสินทรัพย์ที่ขาดทุนน้อยที่สุดคือการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินที่ +0.69% จะเห็นว่ากองทุนรวมตลาดเงินแม้กรณีแย่ที่สุดก็ยังเป็นบวก

-          กรณีที่ดีที่สุด: ของการลงทุน 1 ปี คือการลงทุนใน SET ที่ได้ผลตอบแทน 121.41% และสินทรัพย์ที่ได้กำไรน้อยที่สุดคือการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินที่ +4.34%

-          Sharpe Ratio: ซึ่งสะท้อนถึงผลตอบแทนโดยปรับด้วยความผันผวนของราคา จากดีที่สุด ไปหาดีน้อยที่สุด คือ World Bond > Thai Bond > SET > World Equity > MM Fund

ตารางที่2. ผลการคำนวณผลตอบแทนแต่ละปีปฏิทิน (ข้อมูลย้อนหลัง 2001 – ก.ค. 2010)

การวิเคราะห์จากตารางที่ 1. เราควรมองที่ความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองว่าสามารถรับกรณีที่แย่ที่สุดได้ขนาดไหน และผลตอบแทนเฉลี่ยที่เราคาดหวังจะได้รับเป็นอย่างไร เห็นได้ชัดว่าผลตอบแทนที่ดีย่อมมากับความเสี่ยงครับ จากนั้นทำการวิเคราะห์ตารางที่ 2 จะทำให้คุณสามารถให้ภาพชัดขึ้นว่าผลตอบแทนของแต่ละชนิดสินทรัพย์ในแต่ละปีซึ่งในที่นี้ผมทำ 5 ปีย้อนหลังมาให้ดูกัน เพื่อให้เห็นภาพจริงว่าผลตอบแทนแต่ละปีที่จะได้รับเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือผลตอบแทนย้อนหลังก็ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตนะครับ บทความสั้นฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แนวทางวิเคราะห์วิธีหนึ่ง สำหรับนักลงทุนในการจัดสรรการลงทุนให้เหมาะกับตัวท่าน เพื่อเป้าหมายในการไปสู่อิสรภาพทางการเงินของแต่ละท่านครับ

ติดตามบทความดีๆเรื่องเศรษฐกิจ, การลงทุน และเวบบอร์ดเพื่อนักลงทุนไทย ได้ที http://FundManagerTalk.com

Facebook Page: http://facebook.com/FundManagerTalk | Twitter : http://twitter.com/FundTalk สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ…


 คุณ เจษฎา สุขทิศ, CFA. / นามทวิตเตอร์ @FundTalk ผู้ก่อตั้ง FundManagerTalk.com ปัจจุบันเป็น Senior Fund Manager ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (”SCBAM”) คุณ เจษฎา เรียนจบ ป.ตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ และ ป.โท ด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ที่ จุฬาฯ คุณ เจษฎา ได้เริ่มทำงานด้านบริหารเงินลงทุนในปี 2545 กับ บลจ. ยูโอบี (”UOBAM”) … ต่อมาในปี 2548 คุณ เจษฎา ได้ย้ายไปเป็นผู้จัดการกองทุนสังกัด บลจ. อยุธยา เจเอฟ (”AJF”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ JPMorgan Asset Management โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น บลจ. อยุธยา (“AYF”) … และในปี 2554 คุณ เจษฎา ก็ได้ย้ายไปสังกัดอยู่ค่าย SCBAM ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และบริหารเงิน คุณ เจษฎา มีงานอดิเรก คือการทำร้าน “La Lune Bar & Restaurant” ร่วมกับเพื่อน และการเขียนบทความ /บล็อก เกี่ยวกับการลงทุน Read more from this author


One Comment »

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

 

Switch to our mobile site