Home » 1. Investment Talk, 1.7 Technical Analysis

InvestmentTalk – ผลทดสอบเครื่องมือชี้จุดซื้อขายยอดนิยม 3 ตัว กับ SET Index ย้อนหลัง 5 ปี

6 August 2010 2,336 views 5 Comments

Written by:

ตามที่ได้นำเสนอบทความก่อนหน้า เรื่อง “MACD เครื่องมือชี้จุดซื้อบอกจุดขาย พร้อมผลทดสอบความแม่นยำย้อนหลัง 20 ปี” (http://fundmanagertalk.com/invesment-talk-mac/) โดยผมได้ทิ้งท้ายไว้ว่าจะลองทดสอบกับ Indicator (เครื่องมือชี้จุดซื้อขายหลักทรัพย์) ยอดนิยมตัวอื่นๆ ด้วย ตอนนี้ทดสอบเสร็จแล้ว จึงขอเชิญติดตามกันครับ

จากการสอบถามบุคคลในวงการลงทุนจำนวนหนึ่ง พบว่า Indicator ที่ได้รับความนิยมได้แก่.
.
1. Moving Average Convergence/Divergence หรือ MACD
2. Average Directional Index หรือ ADX
3. Slow Stochastic Oscillator หรือ SSTO
.
ซึ่งทั้งหมดเป็นเครื่องมือที่นำกราฟที่มีคุณสมบัติต่างกันหลายเส้น เช่น ระยะเวลา Moving Average ไม่เท่ากัน หรือ นับเฉพาะราคาขาขึ้นหรือขาลง มาซ้อนทับกันเพื่อหาจุดตัดกันและใช้ิเป็นจุดตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์
.
อย่างไรก็ดี บทความนี้ตั้งใจจะเน้นที่ผลการทดสอบย้อนหลัง จึงขอไม่ลงรายละเอียดที่มาและ วิธีการคำนวณของ Indicator ทั้ง 3 ตัว หากท่านใดสนใจศึกษาในรายละเอียดก็สามารถติดตามไปอ่านต่อได้ที่่ลิงค์เหล่านี้นะครับ
.
1. MACD: http://bit.ly/13dibq
2. ADX: http://bit.ly/dhQhGb
3. SSTO: http://bit.ly/cIeZYF
.
กลับมาที่การทดสอบ ผมใช้วิธีการเดียวกันกับการทดสอบ MACD ย้อนหลัง 20 ปี แต่เพื่อให้ใช้เวลา ไม่มากเกินไป (เพราะต้องทำถึง 3 Indicator) ผมจึงเลือกใช้ระยะเวลา 5 ปีแทน คือตั้งแต่ 21 ก.ค. 48 ถึง 23 ก.ค.53 ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าพอใช้ได้ เพราะได้ผ่านทั้งช่วงเวลาที่ตลาดขึ้นแรง มาจนเจอวิกฤติการเงินโลก กลับฟื้นตัวขึ้นมา และ Sideway ในช่วงท้ายๆ จึงอาจเรียกได้ว่าครบวัฎจักรพอสมควร
.
(ข้อมูลดิบจาก eFin Smart Portal)
.
ซึ่งได้ผลออกมาดังนี้
.
.
พอจะสรุปได้ว่า

• ระดับความแม่นยำของทั้ง 3 Indicator ค่อนข้างใกล้เคียงกันที่ 40% ถึง 45% และสอดคล้องกับการทดสอบ MACD 20 ปีย้อนหลังอีกด้วย

• ตลอดระยะเวลา 5 ปี MACD และ ADX แต่ละตัวมีการซื้อขาย 87 และ 81 ครั้ง ตามลำดับ เทียบกับ SSTO ซึ่งมีการซื้อขายตามสัญญาณถี่กว่ามาก คือ 220 ครั้ง น่าจะเกิดจากการที่ SSTO ให้สัญญาณเร็วกว่า (ซึ่งการซื้อขายบ่อยครั้งกว่าก็จะมีค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายให้โบรกเกอร์มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน)

• การซื้อขายตาม SSTO ให้ผลกำไรต่ำสุด และยังมีกำไรที่คาดหวัง (กำไรหรือขาดทุน x ความน่าจะเป็น) ติดลบอีกด้วย (แถมยังต้องจ่ายค่าคอมม์มากกว่า MACD และ ADX อีกต่างหาก)

• การซื้อขายตาม ADX ให้ผลกำไรสูงสุด ซึ่งมากกว่าการ Buy & Hold ถึง 5 เท่ากว่าๆ และน่าสังเกตว่า ADX กลับเป็นตัวที่ให้สัญญาณน้อยครั้งที่สุด เรียกได้ว่าช้าแต่ชัวร์

ก็หวังว่าผลทดสอบครั้งนี้ จะจุดประกายให้ท่านผู้อ่านนำเอา Technical Indicator มาประกอบในการตัดสินใจลงทุนกันมากขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าจะช่วยสร้างผลกำไรให้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ การพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์รวมถึงธรรมาธิบาลของผู้บริหาร ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องกระทำควบคู่กันไป เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการขาดทุนและเพิ่มโอกาสในการได้กำไรให้ทวีคูณขึ้นไปครับ

อนึ่ง ผลการทดสอบนี้นำมาจากช่วงหนึ่งของเวลาเท่านั้น ซึ่งหากเปลี่ยนกรอบเวลาไปจากนี้ ก็อาจให้ผลออกมาต่างกัน และอาจจะมี Indicator ตัวอื่นๆ ที่ช่วยสร้างผลกำไรได้ดีกว่าตัวที่ผมกล่าวถึงในครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งหากผู้รู้ท่านใดมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ขอน้อมรับไว้ด้วยความขอบพระคุณครับ


 คุณ ศกุนพัฒน์ จิรวุฒิตานันท์ (SJ, Keng) ปัจจุบันเป็น Head of Treasury & Investment Department และ Investment Committee Member ของ บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) (ประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน SET Symbol: BFIT) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาระบบสารสนเทศทางการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ MBA (เน้นด้าน Finance) จาก The University of Western Australia คุณศกุนพัฒน์เริ่มสะสมประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ธุรกิจเมื่อปี 2544 ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่ง Account Analyst โดยรับผิดชอบลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาโทในปี 2548 ได้เริ่มงานบริหารเงินลงทุนของบริษัทเอง (Proprietary Portfolios) ซึ่งประกอบด้วยการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน การลงทุนในหุ้นสามัญทั้งที่ซื้อขายใน SET และนอก SET ตลอดจนการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และรับผิดชอบการบริหารจัดการสภาพคล่องของบริษัทผ่านธุรกรรมในตลาดเงิน คุณศกุนพัฒน์ ผ่านการทดสอบ CISA Level II ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานกลต.ให้เป็นผู้ติดต่อกับนักลงทุนประเภท ก. และได้รับอนุญาตจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยให้เป็นผู้ค้าตราสารหนี้ขึ้นทะเบียน Read more from this author


5 Comments »

  • xyz said:

    ถ้าจะเทียบกับ Buy & Hold ละก็ น่าจะเทียบกับ SET TRI

      ( Quote )

    [Reply]

  • Keng (author) said:

    ขอบคุณมากครับสำหรับคำชี้แนะ

    จึงขอถือโอกาสนี้แนะนำ SET Total Return Index (SET TRI) ไปเสียเลย

    Total Return Index หรือ ดัชนีผลตอบแทนรวม คือ การคำนวณผลตอบแทนทุกประเภทของการลงทุนในหลักทรัพย์ให้อยู่ในรูปของดัชนี ซึ่งจะครอบคลุมทั้ง Capital gain/loss สิทธิในการจองซื้อหุ้น และเงินปันผล

    TRI จึงน่าจะเป็นตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าสำหรับการลงทุนแบบ Buy & Hold

    ทั้งนี้ SET TRI ในช่วงเวลาดังกล่าว เริ่มต้นที่ 2,603.40 จุด และเพิ่มขึ้นเป็น 3,936.62 จุด หรือเพิ่มขึ้น 51.21% เทียบกับ SET Index (ซึ่งคิดจาก Capital gain/loss เท่านั้น) ที่เพิ่มขึ้นเพียง 29.56% หมายความว่า สิทธิ์การจองซื้อหุ้นและเงินปันผล ให้ผลตอบแทนถึง 21.65% ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมาครับ

      ( Quote )

    [Reply]

  • Nilon said:

    สงสัยนิดนึงครับ

    ที่บอกว่า Short นี่ หมายถึงเล่นแบบ Future รึเปล่าครับ

    ถ้าใช่ คือสงสัยว่า Future มีเฉพาะที่เป็น Set50 แต่ยังไม่มี Future แบบ Set100 เลยนี่ครับ

    ไม่ทราบว่าจะ Short อย่างไรเหรอครับ

      ( Quote )

    [Reply]

    Keng Reply:

    คุณ Nilon:

    ที่ว่ามาก็ถูกต้องแล้วครับ และขอบคุณมากครับที่ทักประเด็นนี้ ที่ผมยกเรื่องการ Short ขึ้นมา ก็เพื่อเทียบระหว่าง การ Long อย่างเดียว กับ การ Long & Short ให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้นครับ

    ความจริงในบทความชิ้นก่อนหน้านี้ (http://fundmanagertalk.com/invesment-talk-mac/) ผมได้คำนวณกับ SET50 อย่างเต็มรูปแบบไปแล้ว แต่พอมาถึงบทความนี้ ได้กล่าวถึง Indicator หลายตัว จึงได้ขอละ SET50 ไป เพื่อความกระชับและสะดวกในการนำเสนอครับ แต่โดยหลักการแล้วไม่ต่างกันแต่อย่างใดครับ :)

      ( Quote )

    [Reply]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

 

Switch to our mobile site