suth said:
รบกวนถาม 3 เรื่องครับ
1.ควรลงทุนในกองทุนแบบ passive อย่าง JB25 TMB50 หรือกองทุนที่บริหารแบบ Active ดีกว่าครับ อ่านความเห็นจากผู้รู้หลายคนต่างก็มีข้อสนับสนุนทั้งสองฝั่งอย่างฝั่งที่เห็นด้วยกับกองทุนดัชนีก็บอกว่ากองทุนแบบดัชนีนั้นหลายครั้งมีผลงานที่ดีกว่ากองแอ็คทีฟหลายกองเสียอีก (แต่ก็มีหลายกองที่ทำผลงานได้ดีกว่าแต่ค่าธรรมเนียมก็สูงเหมือนกัน) ส่วนคนที่เชียร์กองแอ็คทีฟก็บอกว่าบริหารแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนการลงทุนได้คล่องตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ต่างไปในแต่ละช่วงเวลา แต่เมื่อดูผลตอบแทนการลงทุนย้อนหลังแล้วมันก็ไม่มีความสม่ำเสมอ แม้กระทั่งกองทุนที่หลายคนเชียร์อย่างบัวแก้วของบัวหลวงที่ย้อนหลัง 10 ปีผลตอบแทนดี แต่ในช่วงสองสามปีหลังกลับมีผลตอบแทนตกลงมาก
หรือควรลงทุนกองทุนทั้งสองแบบไปเลย (จริงๆตอนนี้ผมเองก็เปิดไว้ทั้งสองแบบ ของหลายที่ แต่รู้สึกว่าตัวเองมั่วมาก เลยอยากหาข้อสรุปสักที)
หากดูผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีของกองทุนหุ้น http://fundmanagertalk.com/for…..rmance-5y/
พบว่าผลตอบแทนกอง Active จะดีกว่าโดยเปรียบเทียบครับ (Net ค่า Fee ไปแล้ว) อย่างไรก็ตามอยากให้เลือก Fund Manager ที่มี Style ที่เราชอบครับ
2.เราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าแต่ละที่มีสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกันจริงๆเพราะส่วนใหญ่ก็ลงทุนในหุ้นคล้ายๆกัน ยกเว้นบางกองที่เน้นลงทุนเฉพาะด้าน เช่น พลังงาน ธนาคาร ไปเลย
ต้องใช้เวลาในการติดตาม จึงจะเข้าใจ style ของแต่ละแห่งครับ ลองอ่านเทคนิคการเลือกผู้จัดการกองทุนได้ที่บทความ "เทคนิคการเลือกซื้อกองทุน LTF" http://fundmanagertalk.com/fun…..technique/
3.ตอนนี้ผมสนใจลงทุนกับกองทุนของเอวายเอฟ ที่ลงไปแล้วคืออยุธยา
หุ้นปันผล แต่สนใจอีกสองกองคือ อยุธยา
รักษ์ก้าวหน้า กับอยุธยา
อิควิตี้ อยากรู้ว่าสองกองนี้มีเกณฑ์ในการเลือกหุ้นแตกต่างกันอย่างไรครับ
อยุธยาหุ้นปันผล (AYFSDIV) เน้นหุ้น Dividend Yield สูง และมี Earning Growth ที่สม่ำเสมอ (ผมส่วนตัวจัดเป็น Value Style) – ความผันผวนต่ำ เบต้าต่ำ
5 หมวดหลักทรัพย์แรกที่ลงทุน (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2553)
หมวดพาณิชย์
|
32.15%
|
หมวดธนาคาร
|
14.71%
|
หมวดอาหารและเครื่องดื่ม
|
9.96%
|
หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์
|
7.87%
|
หมวดวัสดุก่อสร้าง
|
6.38%
|
|
10 อันดับแรกของหลักทรัพย์ที่ลงทุน (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2553)
บมจ. ซีพี ออลล์
|
14.75%
|
บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป
|
14.71%
|
บมจ.ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์
|
9.96%
|
บมจ.สยามแม็คโคร
|
9.80%
|
บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค
|
6.38%
|
บมจ.บีอีซี เวิลด์
|
5.82%
|
บมจ.เอ็ม บี เค
|
5.79%
|
บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์
|
4.24%
|
บมจ.โกลว์ พลังงาน
|
4.00%
|
บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์
|
3.86%
|
ส่วนอยุธยารักษ์ก้าวหน้า (AYFDYNAMIC) จะเป็น Growth Style
เน้นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงกว่าตลาดใน 1 – 3
ปีข้างหน้า และมีการปรับพอร์ตที่ถี่กว่ากอง AYFSDIV – Higher risk, higher
expected return ครับ
5 หมวดหลักทรัพย์แรกที่ลงทุน (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2553)
หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค
|
36.68%
|
หมวดธนาคาร
|
24.82%
|
หมวดอาหารและเครื่องดื่ม
|
7.21%
|
หมวดพาณิชย์
|
6.53%
|
หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
|
6.28%
|
|
10 อันดับแรกของหลักทรัพย์ที่ลงทุน (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2553)
บมจ.ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม
|
15.63%
|
บมจ.ปตท
|
13.50%
|
บมจ.ธ.กรุงเทพ
|
10.81%
|
บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป
|
8.10%
|
บมจ.ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์
|
7.22%
|
บมจ. ซีพี ออลล์
|
6.32%
|
บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
|
6.29%
|
บมจ.หลักทรัพย์ภัทร
|
6.19%
|
บมจ.ธ.กสิกรไทย
|
5.92%
|
บมจ.ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น
|
4.93% |
ขอบคุณมากครับ