Current User: Guest Login Register
Please consider registering


Register? | Lost Your Password?

Search Forums:


 






Minimum search word length is 4 characters – Maximum search word length is 84 characters
Wildcard Usage:
*  matches any number of characters    %  matches exactly one character

InvestmentTalk – แบ่งเงิน ไปซื้อ "ทอง"
Read original blog post

Reply to Post Add a New Topic
UserPost

7:46 am
August 23, 2009


FundTalk

Admin

posts 434

ผมได้มีโอกาสเข้าฟังสัมมนา “The Strategic Investment Case for Gold” ที่จัดโดย World Gold Council (http://www.gold.org/) จึงขอนำความรู้ที่ได้รับ มาวิเคราห์ให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาดูครับ
ปัจจุบัน ทองคำที่ขุดขึ้นมาบนผิวโลกมีจำนวน 163,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สมมติเราเอาทองทั้งหมดในโลกมากองรวมกันจะได้ขนาดเท่ากับตึกแถวประมาณ 3 – 4 ห้อง ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้มากเท่าไรนัก โดยจากทองคำทั้งหมดที่มี ส่วนใหญ่นำไปใช้งานใน 4 ประเภท ดังนี้


51% ใช้เป็นเครื่องประดับ
17% ถือโดยธนาคารกลางเพื่อใช้เป็นทุนสำรองในการพิมพ์เงินตรา
16% เป็นการลงทุนในรูปต่าง ๆ เช่น กองทุน ETF, ทองคำแท่ง, เหรียญทอง เป็นต้น
12% เป็นทองคำที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรม Telecom

แนวโน้มที่ดีของทองคำ

จาก ที่ได้รับฟังความรู้ในเรื่องของตลาดทอง ทั้งในเรื่องของอุปสงค์ และอุปทาน โดยละเอียด ประเด็นที่ผมเห็นว่ามีนัยสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำคือโครงสร้างความต้องการของทองที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในปี 2009 นี้

หลายท่านอาจมองว่าใน ภาวะทีเศรษฐกิจชะลอตัว ความต้องการทองคำเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ และใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลักของทองคำน่าจะชะลอตัวตาม ซึ่ง “จริง” ครับ โดยในปี 2009 ความต้องการดังกล่าวปรับตัวลดลงอย่าชัดเจน อย่างไรก็ตามความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงระยะ 1 ปีที่ผ่านมา เช่น ในไตรมาส 1 / 2552 ที่ผ่านมาผู้ซื้อทองคำหลักกลายเป็นผู้ซื้อเพื่อการลงทุนสูงถึง 59% ขณะที่ผู้ซื้อเพื่อเป็นเครื่องประดับ และเพื่อการอุตสาหกรรมปรับลดลงเหลือ 33% และ 8% ตามลำดับ

5 เหตุผลสนับสนุนราคาทองคำ

1. ธรรมชาติที่เป็น Safe-haven สำหรับการลงทุน เช่น ในปี 2008 ที่ผ่านมาที่ราคาของหุ้น, ที่ดิน, สินค้าโภคภัณฑ์, น้ำมันปรับตัวลดลงอย่างมาก ขณะที่ราคาทองคำในปี 2008 ปรับเพิ่มขึ้นจากบาทละ 13,600 บาท เป็น 14,400 บาท คิดเป็น 10.6% และในปี 2009 ราคาทองคำก็ยังคงมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น

2. ด้วยผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ความผันผวนของทองคำยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าโดยเปรียบเทียบสินค้าโภคภัณฑ์ตัวอื่น รวมถึงสินทรัพย์ลงทุนอื่น ๆ เช่นตลาดหุ้น

3. ทองคำจัดเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงที่ดี โดยหากดูจากความสัมพันธ์ของราคาทองคำเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ จะเห็นว่าบ่อยครั้งราคามีทิศทางที่สวนทางกัน เช่นราคาหุ้นกับราคาทองคำในปี 2008 ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

4. ทองคำบนโลกมีจำกัด โดย 10 ปีที่ผ่านมาปริมาณทองคำที่เหมืองทองขุดหาได้ทยอยปรับลดลงเรื่อย ๆ รวมถึงจำนวนแหล่งสายแร่ทองคำที่ค้นพบใหม่ก็ทยอยปรับลดลงจากปีละ 5 – 6 เหมือง มาเป็นปีละ 1 – 2 เหมืองในปัจจุบัน

5. เมื่อมาดูกันที่ตลาดของนักลงทุนสถาบัน เช่น กองทุนรวม, กองทุนบำนาญ, บริษัทประกัน ซึ่งมีขนาดประมาณ 120 – 140 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2008 ปัจจุบันเป็นการลงทุนในทองคำเพียง 0.58% หรือ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่งผมเชื่อว่าจากข้อดีของทองคำที่มีในหลายแง่มุม 4 ข้อข้างต้น จะทำให้สัดส่วนการลงทุนในทองของสถาบันน่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน อนาคตข้างหน้า

ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ถ้า นักลงทุนสถาบันปรับเพิ่มการลงทุนในทองซัก 3 % จากเม็ดเงิน 120 – 140 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เท่ากับเป็นการลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งเท่ากับปริมาณทองที่มีอยู่บนโลกทั้งหมดในปัจจุบันพอดี ซึ่งผมเชื่อว่าความต้องการของนักลงทุนจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นในอนาคตครับ ดูอย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทที่ผมทำงานอยู่ สามารถเลือกแบ่งบางส่วนไปลงทุนในกองทุนทองคำได้ มีพนักงานหลายคนครับที่ตัดสินใจแบ่งเงินไปลงกองทุนทองคำถึง 20 – 50% (รวมทั้งตัวผมเองด้วย)

ช่องทางในการซื้อทองเพื่อลงทุน

1. ซื้อทองคำแท่ง (96.5%) – ขอแนะนำ “ฮั่ว เซ่ง เฮง” http://www.huasengheng.com/

2. ซื้อทองคำแท่ง (99.99%) – มีขายอยู่หลายเจ้าในเมืองไทยครับ ขอแนะนำ “Ausiris” http://www.ausiris.co.th/th/

3. ซื้อกองทุนทองคำ – มีหลายบลจ. เสนอขายครับ โดยส่วนใหญ่จะนำไปลงในกองทุน ETF ที่เสนอขายในต่างประเทศ ขอแนะนำ “AYF Gold Fund” http://www.ayfunds.com/th/
โทร 02 – 657 – 5757

4. ซื้อ Gold Future – อันนี้ต้องศึกษาหาความรู้ก่อนลงทุนเยอะหน่อยครับ ขอแนะนำให้ศึกษาใน Thai Futures Exchnage http://www.tfex.co.th/th/products/goldfutures.html

สุด ท้ายขอฝากกันด้วยรูปของ Safe House ของธนาคาร HSBC ในประเทศอังกฤษ ที่ใช้สำหรับเก็บทองคำแท่งของกองทุน ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก SPDR Gold Shares โดย State Street Advisors ครับ

โดย เจษฎา สุขทิศ,CFA.
ผู้จัดการกองทุน, บลจ.อยุธยา จำกัด.


Read original blog post

1:51 am
September 5, 2009


ikik

New Member

posts 2

วันนี้ทองราคาเริ่มขึ้นมาแล้ว

อยากรู้ว่าควรเอาทองที่มี ไปขายทำกำไรระยะสั้น หรือจะซื้อเพิ่มดีครับ

iKIK

11:31 am
September 5, 2009


FundTalk

Admin

posts 434

ความเห็นผม ถ้ามีอยู่แล้วถือต่อไปได้ยาว ๆ เลยครับ

ถ้ามีเงินเก็บเพิ่มในอนาคต แบ่งซักร้อยละ 10-20 ทยอยลงทุนเพิ่มในทองได้เลยครับ เพราะในระยะยาวผมมองว่าราคาจะไปได้อีกเยอะ

โดยเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,100 เหรียญต่อ ounce คิดเป็นราคาทองเยาวราชก็ประมาณ 17,000 บาท คิดว่าน่าจะไปถึงเป้านี้ได้ภายใน 1 ปีครับ

YellYellYell

1:42 am
September 19, 2009


Humphrey

Member

posts 12

ทองรูปพรรณวันนี้ขายออกที่ 16,450

ใกล้จะถึงเป้าของคุณ Fundtalk แล้วครับ Wink

1:42 am
September 19, 2009


Humphrey

Member

posts 12

ทองรูปพรรณวันนี้ขายออกที่ 16,450

ใกล้จะถึงเป้าของคุณ Fundtalk แล้วครับ Wink

8:36 am
September 27, 2009


ณธีพัฒ

Guest

"3. ทองคำจัดเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงที่ดี โดยหากดูจากความสัมพันธ์ของราคาทองคำเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ จะเห็นว่าบ่อยครั้งราคามีทิศทางที่สวนทางกัน เช่นราคาหุ้นกับราคาทองคำในปี 2008 ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น"

ชอบครับ คิดว่า หากมีความต้องการลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้น อย่างที่คุณ เจษฎาว่าจริงๆ ด้วยแล้วละก็ ราคาทอง 20,000 บาทอาจเห็นใน ตรุษจีนหน้าครับ

7:15 pm
September 27, 2009


FundTalk

Admin

posts 434

20,000 เลยเหรอครับ ผมว่าสูงไปนิด แต่ถ้าขึ้นไปถึงจริืงก็คงดี ^_^

ล่าสุดราคาขายทองรูปพรรณ ณ 26 ก.ย. อยู่ที่ 16300 ครับ

เพิ่มเติมให้นิดนึงครับ ราึคาทองคำของเยาวราชจะขึ้นอยู่ักับปัจจัยหลัก 2 ปัจจัยครับ

1. ราคาทองที่เป็น USD

2. ค่าเงิน USD/THB ถ้าเงินบาทแข็ง ราคาทองจะตก ถ้าเงินบาทอ่อนราคาทองจะขึ้นครับ

5:15 am
October 6, 2009


FundTalk

Admin

posts 434

6 ตุลา 52

ราคาทองเป็น USD ขณะนี้ซื้อขายที่ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว 1026 เหรียญ / ounce CoolCoolCool

9:18 am
October 9, 2009


chut

Member

posts 15

ขออนุญาตขัดจังหวะความสุขสักหน่อยนะครับ

ขอนำเสนออีกแง่มุมหนึ่งเกี่ยวกับทองครับ

บทความนี้เขียนโดย ดร.นิเวศน์  เหมวชิรวรากร ช่วงกลางปีที่แล้ว   

กล่าวโดยสรุป คือ ในอดีต ราคาทองมักพุ่งเป็นช่วงๆ ซึ่งหลังจากที่ราคาพุ่งแรงแล้ว ราคาก็อาจหยุดยิ่งไม่ไปไหนอีก 10-20 ปีจนทำให้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของทองในช่วง 200 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างต่ำ

แต่ที่ทองกำลังบูมมาก เป็นเพราะราคาทองปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีนี้ ซึ่งตามหลักจิตวิทยาการลงทุน คนเรามักเชื่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน มากกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

เป็นเพียงอีกความเห็นหนึ่งนะครับ ไม่ได้จะชี้นำว่าควรซื้อทองหรือไม่

ทอง
Monday, 11 August 2008
ดร.นิเวศน์  เหมวชิรวรากร
 
ในช่วงนี้ทองดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนไม่น้อย  และเราก็กำลังจะมีตลาดซื้อขายทองล่วงหน้าภายในเวลาไม่เกินสองเดือน   แต่ทองเป็นการลงทุนที่ดีจริงหรือ?  ทองคืออะไร?   มันมีคุณสมบัติอย่างไรมองในแง่การลงทุนและเรื่องอื่น?    เรามาดูกัน
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าทองเป็นธาตุ  “มหัศจรรย์”  และคนรู้จักและใช้มันมาหลายพันปีแล้วตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ 4,000-5,000 ปีมาแล้ว   คุณสมบัติที่โดดเด่นมากของทองก็คือ  มันเป็นธาตุที่ไม่เป็นสนิมเพราะมันไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนดังนั้นสีทองที่แวววาวของมันจึงดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน     ว่าที่จริงสัญลักษณ์ทางเคมีของทองก็คือ  Au  ซึ่งมาจากคำว่า  Aurora ซึ่งแปลว่าแสงแห่งรุ่งอรุณหรือแสงอรุโณทัย   นอกจากความงามของเนื้อทองแล้ว   ทองยังเป็นโลหะที่มีความเหนียวเป็นพิเศษและไม่เปราะ   เราจึงสามารถตีขึ้นรูปเป็นเส้นหรือแผ่นที่บางมากอย่างไม่น่าเชื่อทำให้คนสามารถนำทองมาทำเป็นเครื่องประดับที่หรูหรามาตั้งแต่โบราณอย่างที่พบในหลุมศพบรรจุมัมมี่   สภาพทองที่เห็นยังคงงดงามเหมือนเดิมทุกอย่างในขณะที่สิ่งอื่น ๆ  ต่างก็ผุพังทรุดโทรมลง   ดังนั้น   ทองจึงเป็นสิ่งที่คนใฝ่ฝันอยู่เสมอมาจนถึงวันนี้
นอกจากการเป็นเครื่องประดับที่ทรงค่าแล้ว   ทองยังเคยเป็น  “เงิน”  หรือเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นเวลานาน  ต่อมาก็มีการพิมพ์ธนบัตรขึ้นมาใช้โดยมีทองหนุนหลัง   จนถึงวันนี้ที่ทองกับเงินถูกแยกจากกันหมดแล้ว    ทองก็ยังมีบทบาททั้งทางด้านของการทำเป็นเครื่องประดับและการเป็นทรัพย์สินทรงค่าที่รัฐบาลและประชาชนจำนวนมากเก็บไว้เพื่อใช้ในยามที่ต้องการ
แต่ในแง่ของการลงทุนที่เราเน้นที่ผลตอบแทนที่จะได้จากการลงทุนในทองแล้ว   สถิติผลตอบแทนของทองซึ่งวัดจากราคาของทองที่ปรับตัวขึ้นไปในแต่ละปีกลับพบว่าทองนั้นให้ผลตอบแทนที่น้อยมาก   ในช่วง 100 ถึง 200 ปีที่ผ่านมาทองนั้นให้ผลตอบแทนเพียงประมาณเท่ากับอัตราเงินเฟ้อคือน่าจะเฉลี่ยประมาณ 2-3 %  ต่อปีเท่านั้น   นั่นก็คือผลตอบแทนที่คิดเป็นเงินเหรียญสหรัฐซึ่งมีสถิติการซื้อขายทองมายาวนาน   อย่างไรก็ตาม  ราคาของทองที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาจจะทำให้คนคิดว่าทองเป็นสิ่งที่จะให้ผลตอบแทนที่สูงเพราะราคาทองปรับขึ้นไปเฉลี่ยแล้วนับเป็นสิบสิบเปอร์เซ็นต์ต่อปีในขณะที่ความเสี่ยงที่ราคาจะตกลงมีน้อยมาก     แต่นี่อาจจะเป็นภาพลวงตา   นั่นก็คือ   ทองเองก็มีช่วงเวลาที่จะ  “ฉายแสงแวววาว”   คือเป็นช่วงที่ทองให้ผลตอบแทนสูงมากในช่วงเวลาหนึ่งอย่างในช่วงนี้    แต่หลังจากการปรับตัวขึ้นไปแรงแล้ว   ทองก็อาจจะหงอยเหงาไปอีกหลายปีซึ่งทำให้คนที่ลงทุนซื้อทองในช่วงนี้ขาดทุนหรือไม่ได้ผลตอบแทนไปอีกนาน    เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับทองมาแล้วเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับหุ้นซึ่งก็มีเวลาให้ผลตอบแทนดีและเวลาที่ให้ผลตอบแทนแย่เช่นเดียวกัน
ข้อดีของทองในแง่ของการลงทุนก็คือ   ราคาหรือผลตอบแทนของทองนั้น   โดยสถิติไม่มีความสัมพันธ์กับหุ้นหรือมีน้อยมาก   นั่นหมายความว่าช่วงที่หุ้นตกราคาทองอาจจะขึ้นหรือไม่ตก    นี่ทำให้การถือทองบางส่วนร่วมกับหุ้นเป็นพอร์ตโฟลิโอสามารถช่วยลดความเสี่ยงหรือกระจายความเสี่ยงเงินลงทุนของเราได้
ข้อดีของการถือทองลงทุนข้อสองก็คือ   ทองเป็น   “ของจริงที่จับต้องได้”   ไม่เหมือนหุ้นหรือตราสารการเงินอื่นที่เป็น  “กระดาษ”  หรือเป็น “ตัวเลข” ที่เรามองไม่เห็น     เราสามารถชื่นชมหรือนำทองมาลูบคลำและเกิดความอิ่มอกอิ่มใจได้ในขณะที่หลักทรัพย์นั้น  “ไม่มีตัวตน”   และเวลาที่ราคามันตกลงมามาก ๆ  เราจะพบแต่ความเศร้า    ตรงกันข้าม  ทองนั้นมักให้ความรู้สึกที่ดีและมั่นคงและราคาของมันไม่ค่อยจะตกลงมามากมายอย่างไม่มีเหตุผลเหมือนหุ้น
ข้อดีของทองทั้งสองข้อข้างต้นนั้น   โดยส่วนตัวผมเองไม่ค่อยเห็นด้วยนัก   เพราะผมรู้สึกว่าการลดความเสี่ยงโดยการถือทองนั้นไม่คุ้มกับผลตอบแทนน้อยนิดที่ทองจะทำให้เราในระยะยาว  ในด้านของความรู้สึกว่าทองเป็นของจริงที่จับต้องได้นั้น   ผมเองคิดว่าหุ้นนั้นถึงจะเป็น  “กระดาษ”  แต่มันก็เป็นของจริง   มันเป็นเครื่องบอกว่าเราเป็นเจ้าของโรงงาน   ร้านค้า   หรือธุรกิจที่มีทั้งอุปกรณ์และคนทำงานอยู่จริง   ดังนั้น   เราก็รู้สึกมีความภาคภูมิใจหรืออิ่มอกอิ่มใจได้เช่นกันจากการถือหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ข้อดีของทองที่ผมคิดว่ามีค่าก็คือ   มันสามารถเก็บมูลค่าทรัพย์สินหรือความมั่งคั่งได้อย่างมั่นคงที่สุด   เพราะเราสามารถเก็บติดตัวหรือพกพามันไปที่ไหนก็ได้  พูดง่าย ๆ   ในยามที่เลวร้ายที่สุด   ทองนั้นจะยังอยู่กับเราเสมอในขณะที่ทรัพย์สินอย่างอื่นอาจจะสูญเสียหรือถูกทำลายไปได้  ดังนั้น   มันจึงเป็นเสมือน  “หลักประกัน”   ชิ้นสุดท้ายที่มีค่าที่สุด  ผมจะลองยกตัวอย่างสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นและอาจจะเกิดขึ้นได้ให้ดู
ถ้าเราเป็นคนยุโรปที่อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง    หุ้นของเราที่ถืออยู่อาจจะหมดค่าลงได้เพราะโรงงานของบริษัทอาจจะถูกบอมบ์จนพังทลายหมด    เช่นเดียวกัน  บ้านที่เป็นทรัพย์สินมีค่ามหาศาลก็อาจจะถูกระเบิดทำลาย    ที่ดินเองนั้น  ถึงแม้ว่าจะยังอยู่   แต่ถ้าเราอาศัยอยู่ในประเทศที่กลายเป็นคอมมิวนิสต์  ที่ดินก็อาจจะถูกยึดเป็นของหลวง   แต่ถ้าเรามีทองอยู่   เราก็สามารถนำทองนั้นติดตัวและทองนั้นยังมีค่าที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าหรือสิ่งจำเป็นอย่างอื่นได้ไม่ว่าเราจะยังอยู่ในยุโรปหรือหนีออกไปอยู่ในทวีปอื่น
ลองมาดูว่าถ้าเราอยู่ในประเทศไทยซึ่งโอกาสเจอสงครามแบบนั้นมีน้อย   แต่ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจและต้องกู้เงินมาลงทุน   วันหนึ่งธุรกิจอาจจะล้มละลายและคุณอาจถูกยึดทรัพย์   ทรัพย์สินต่าง ๆ  เช่นบ้าน  ที่ดิน  หรือหุ้นนั้นเป็นสิ่งที่มี   “ทะเบียน”  ดังนั้น  มันอาจถูกยึดไปได้   แต่ทองนั้นโอกาสที่จะถูกยึดแทบไม่มี   นี่ก็อาจจะปรับใช้ได้กับนักการเมืองที่อาจจะถูกยึดทรัพย์ได้   ในกรณีแบบนี้   ทองคือสิ่งที่จะยังอยู่   ด้วยเหตุผลดังกล่าว   สำหรับผมแล้ว   ประโยชน์ของทองนั้น   คือการที่มันเป็นเสมือนกรมธรรม์ประกันความมั่งคั่งที่เราจะต้องจ่าย  “เบี้ยประกัน”   เป็นผลตอบแทนที่น้อยลงจากการถือทอง

2:40 pm
November 13, 2009


FundTalk

Admin

posts 434

บทความอาจารย์นิเวศน์อ่านสนุกดีครับ

ผมเห็นด้วยเรื่องที่ทองเป็นเหมือนหลักประกันชิ้นสุดท้ายครับ และในอดีต

แต่ catalyst ที่ผมมองว่าราคาทองจะปรับขึ้นได้อีกเยอะ สำหรับการลงทุน 1 – 3 ปีข้างหน้า แท้จริงแล้วมาจากเรื่อง Demand & Supply ครับ

Supply : สายแร่ทองขนาดใหญ่ที่ค้นพบแต่ละปีน้อยละ

Demand : ด้านเครื่องประดับ กับอุตสาหกรรมคงที่ แต่ demand เพื่อการลงทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญครับ

"ตลาดของนักลงทุนสถาบัน เช่น กองทุนรวม, กองทุนบำนาญ, บริษัทประกัน ซึ่งมีขนาดประมาณ 120 – 140 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2008 ปัจจุบันเป็นการลงทุนในทองคำเพียง 0.58% หรือ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่งผมเชื่อว่าจากข้อดีของทองคำที่มีในหลายแง่มุม 4 ข้อข้างต้น จะทำให้สัดส่วนการลงทุนในทองของสถาบันน่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน อนาคตข้างหน้า ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ถ้า นักลงทุนสถาบันปรับเพิ่มการลงทุนในทองซัก 3 % จากเม็ดเงิน 120 – 140 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เท่ากับเป็นการลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งเท่ากับปริมาณทองที่มีอยู่บนโลกทั้งหมดในปัจจุบันพอดี ซึ่งผมเชื่อว่าความต้องการของนักลงทุนจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นในอนาคตครับ"

และสาเหตุที่ demand ของทองคำเพื่อการลงทุนจะปรับตัวเพิ่่มขึ้น ส่วนหนึ่่งก็มาจากผลพวงของวิกฤตที่ผ่านมา ทำให้คนแขยง risky asset และเริ่มกระจายเงินไปสู่ Low risk asset ครับ

สรุปคือผมมองว่าทองจะขึ้น เพราะคน "แบ่งเงิน ไปซื้อทอง" ตามชื่อบทความนั่นเองครับ Laugh

6:02 pm
July 13, 2010


FundTalk

Admin

posts 434

โครงสร้าง Demand & Supply ของทองคำ ล่าสุด

 

 

จะเห็นได้ชัดว่า สัดส่วนความต้องการทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับปรับลดลง ขณะที่ความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังที่ผมได้ comment ไว้ในบทความเมื่อกลางปีที่แล้ว (2008) ครับ

9:28 pm
July 15, 2010


khongnoi

Member

posts 3

หลังจากช่วงนี้ ทำไมผมรู้สึกแปลก ๆ ว่าทองมันจะเริ่มเปลี่ยนเป้นเทรนขาลงเล็ก ๆแล้วค้าบบgold week

ผิดไม่เป็นไร "ค่าความรู้และประสบการณ์" นั้นไม่มีคำว่าแพง

10:47 pm
July 15, 2010


FundTalk

Admin

posts 434

มองดูในมุม Technical แล้วก็เห็นด้วยกับคุณ khongnoi เหมือนกันครับ

 

แวะมาบ่อยๆนะครับ

Reply to Post

Reply to Topic:
InvestmentTalk – แบ่งเงิน ไปซื้อ "ทอง"

Guest Name (Required):

Guest Email (Required):

Smileys
Confused Cool Cry Embarassed Frown Kiss Laugh Smile Surprised Wink Yell
Post New Reply

Guest URL (required)

Math Required!
What is the sum of:
5 + 11
   


About the Fund Manager Talk | คุยกับ ผู้จัดการกองทุน Forum

Forum Timezone: Asia/Bangkok

Most Users Ever Online: 126

Currently Online:
8 Guests

Currently Browsing this Topic:
1 Guest

Forum Stats:

Groups: 2
Forums: 7
Topics: 236
Posts: 945

Membership:

There are 825 Members
There have been 161 Guests

There is 1 Admin
There are 9 Moderators

Top Posters:

Tateh – 15
chut – 15
Humphrey – 12
deerfreedom – 8
Piaky – 7
รักการลงทุน – 6
angels_devil – 6
boonya – 6
charmmyair – 5
klang – 5
mpp2011 – 4
Kwan Chernkwan – 4

Recent New Members: toonpar, Patrick, realcode, Chanon Opapongpunt, sirikhum, เม่าทอง, TOTO, jigabo, wongwaitae, sky013, Prachuab Vanapruk, watcharapon

Administrators: FundTalk (434 Posts)

Moderators: krit587 (45 Posts), Keng (8 Posts), Roj (8 Posts), Mr.Messenger (3 Posts), Setha (1 Post), Chariya Pimolpaiboon (1 Post), Arsa (1 Post), Tikamporn (0 Posts), walnut (0 Posts)



 

Switch to our mobile site