<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: EconomicTalk &#8211; Joseph Stiglitz เตือน ระวังเงินร้อน !</title>
	<atom:link href="http://fundmanagertalk.com/economic-talk-joseph-stiglitz/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://fundmanagertalk.com/economic-talk-joseph-stiglitz/</link>
	<description>เข้าใจเรื่อง ลงทุน ใน หุ้น กองทุน พันธบัตร และวิเคราะห์ เศรษฐกิจ อย่างง่าย ๆ และเวบบอร์ดเพื่อ นักลงทุนไทย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 31 Jan 2012 20:14:59 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
	<item>
		<title>By: Anonymous</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/economic-talk-joseph-stiglitz/comment-page-1/#comment-43</link>
		<dc:creator>Anonymous</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Sep 2009 08:49:49 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=226#comment-43</guid>
		<description>คุยกันหนุงหนิงดีครับ โดยส่วนตัวนับถือคุณ สติกลิสต์ และข้อมูลคุณเจษฎาที่แน่นเอี๊ยดดีครับ ส่วนมุมมองในฐานะนักลงทุนของคุณ Green ก็ช่วยเตือนสติให้นักลงทุนทั้งหลายระวัง กลิ่นพายุที่แฝงมาในขณะที่ท้องทะเลยังเงียบสงบครับ 
 
&quot;การดึงเงินกลับ น่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่น่าจะเกิดเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เงินที่่ปล่อยไปในเศรษฐกิจปล่อยไปอย่างมีเงื่อนไข&quot; 
 
ซึ่งหากมีเงื่อนไขดังกล่าวจริงท่านนักลงทุนควรต้องตามสัญญาณหรือวันที่กำหนดของเงื่อนไขนั้นอย่างเจาะลึกครับ </description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คุยกันหนุงหนิงดีครับ โดยส่วนตัวนับถือคุณ สติกลิสต์ และข้อมูลคุณเจษฎาที่แน่นเอี๊ยดดีครับ ส่วนมุมมองในฐานะนักลงทุนของคุณ Green ก็ช่วยเตือนสติให้นักลงทุนทั้งหลายระวัง กลิ่นพายุที่แฝงมาในขณะที่ท้องทะเลยังเงียบสงบครับ</p>
<p>&quot;การดึงเงินกลับ น่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่น่าจะเกิดเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เงินที่่ปล่อยไปในเศรษฐกิจปล่อยไปอย่างมีเงื่อนไข&quot;</p>
<p>ซึ่งหากมีเงื่อนไขดังกล่าวจริงท่านนักลงทุนควรต้องตามสัญญาณหรือวันที่กำหนดของเงื่อนไขนั้นอย่างเจาะลึกครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Green</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/economic-talk-joseph-stiglitz/comment-page-1/#comment-35</link>
		<dc:creator>Green</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2009 08:21:06 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=226#comment-35</guid>
		<description>ขอบคุณมากครับ เข้าใจเยอะขึ้นเลย 
 
ผมไม่ได้เรียนสาย Econ มาหรอกครับ  
แต่ช่วงนี้สนใจเรื่อง Fund Flow ตรงนี้นิดหน่อย  
เพราะเห็นตลาดหุ้นในปีนี้ขึ้นมาเยอะ   
แล้วก็ ไม่อยากเห็น Port ตัวเอง แดงๆ เหมือนช่วงต้นปีอีก 
กลัวว่าเงินไหลออกแล้ว จะกลับมาเขียวๆ เหมือนเดิมลำบากครับ </description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณมากครับ เข้าใจเยอะขึ้นเลย</p>
<p>ผมไม่ได้เรียนสาย Econ มาหรอกครับ </p>
<p>แต่ช่วงนี้สนใจเรื่อง Fund Flow ตรงนี้นิดหน่อย </p>
<p>เพราะเห็นตลาดหุ้นในปีนี้ขึ้นมาเยอะ  </p>
<p>แล้วก็ ไม่อยากเห็น Port ตัวเอง แดงๆ เหมือนช่วงต้นปีอีก</p>
<p>กลัวว่าเงินไหลออกแล้ว จะกลับมาเขียวๆ เหมือนเดิมลำบากครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: FundTalk</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/economic-talk-joseph-stiglitz/comment-page-1/#comment-34</link>
		<dc:creator>FundTalk</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2009 04:12:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=226#comment-34</guid>
		<description>เป็นคำถามที่ดีมากครับ แต่การตอบให้หมดทุกคำถาม ไม่ง่ายทีเดียวครับ (เข้าใจว่าคุณ Green มีความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจมากทีเดียว ถ้าให้เดาน่าจะเรียนสาย Econ มา ^^) 
 
อเมริกาได้เปรียบประเทศอื่น ๆ ครับ เพราะเป็นเจ้าของเงินสกุลหลักของโลก จึงสามารถใช้วิธีเพิ่ม Money Supply ได้ อีกทั้งหนี้สาธารณะก็ยังอยู่ในระดับทีพอจะก่อหนี้เพิ่มได้ (ยังน้อยกว่าญี่ปุ่นที่สูงถึง 100% GDP) ต่างกับกรณีของไทยครับ เมื่อเกิดวิกฤตเราจึงต้องรักษาวินัยการคลัง ลอยตัวค่าเงิน เพื่อให้กำไรจากการส่งออก แต่ภาคเศรษฐกิจก็ต้องเจ็บกันมาก 
 
ผมมองว่าวิกฤตครั้งนี้ น่าจะส่งผลหนึ่งให้การขาดดุลของอเมริกาลดลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคอเมริกันตอนนี้ก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่ NPL เพิ่มขึ้นมาก ยอดซื้อรถ ยอดซื้อบ้านก็ตกลงอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจาก Wealth ที่ลดลดจากตลาดหุ้น และตลาดอสังหาฯ ที่ราคาปรับตัวลง นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงก็จะช่วยให้ลดการขาดดุลได้อีกทางนึงครับ 
 
การดึงเงินกลับ น่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่น่าจะเกิดเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เงินที่่ปล่อยไปในเศรษฐกิจปล่อยไปอย่างมีเงื่อนไข และวัตถุประสงค์เฉพาะครับ เช่น 
- เงินเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงิน - มีเงื่อนไขว่าจะให้มีการคืนเงินเพิ่มทุนดังกล่าวได้ และมีหลายแห่งเช่น Goldman Sachs ก็ได้คืนเงินดังกล่าวแล้ว 
- เงินที่ไปช่วยเหลือ AIG 85 Bil Us ก็มีแผนงานที่ทยอยขายธุรกิจของ AIG ทั่วโลกมาคืนเงินดังกล่าว 
- เงินที่เข้าไปซื้อ Asset Back Securites ที่มีปัญหา เมื่อปัญหาเริ่มหมดไป FED ก็คงทยอยลดการซื้อ 
 
ในเรื่องของเงินเฟ้อผมคิดว่าปีหน้าน่าจะเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางแต่ละประเทศก็จะเริ่มส่งสัญญาณต่อนักลงทุน ว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งกว่าจะขึ้นจริงผมคิดว่าน่าจะช่วงครึ่งปีหลังของปีหน้าครับ </description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นคำถามที่ดีมากครับ แต่การตอบให้หมดทุกคำถาม ไม่ง่ายทีเดียวครับ (เข้าใจว่าคุณ Green มีความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจมากทีเดียว ถ้าให้เดาน่าจะเรียนสาย Econ มา ^^)</p>
<p>อเมริกาได้เปรียบประเทศอื่น ๆ ครับ เพราะเป็นเจ้าของเงินสกุลหลักของโลก จึงสามารถใช้วิธีเพิ่ม Money Supply ได้ อีกทั้งหนี้สาธารณะก็ยังอยู่ในระดับทีพอจะก่อหนี้เพิ่มได้ (ยังน้อยกว่าญี่ปุ่นที่สูงถึง 100% GDP) ต่างกับกรณีของไทยครับ เมื่อเกิดวิกฤตเราจึงต้องรักษาวินัยการคลัง ลอยตัวค่าเงิน เพื่อให้กำไรจากการส่งออก แต่ภาคเศรษฐกิจก็ต้องเจ็บกันมาก</p>
<p>ผมมองว่าวิกฤตครั้งนี้ น่าจะส่งผลหนึ่งให้การขาดดุลของอเมริกาลดลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคอเมริกันตอนนี้ก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่ NPL เพิ่มขึ้นมาก ยอดซื้อรถ ยอดซื้อบ้านก็ตกลงอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจาก Wealth ที่ลดลดจากตลาดหุ้น และตลาดอสังหาฯ ที่ราคาปรับตัวลง นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงก็จะช่วยให้ลดการขาดดุลได้อีกทางนึงครับ</p>
<p>การดึงเงินกลับ น่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่น่าจะเกิดเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เงินที่่ปล่อยไปในเศรษฐกิจปล่อยไปอย่างมีเงื่อนไข และวัตถุประสงค์เฉพาะครับ เช่น</p>
<p>- เงินเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงิน &#8211; มีเงื่อนไขว่าจะให้มีการคืนเงินเพิ่มทุนดังกล่าวได้ และมีหลายแห่งเช่น Goldman Sachs ก็ได้คืนเงินดังกล่าวแล้ว</p>
<p>- เงินที่ไปช่วยเหลือ AIG 85 Bil Us ก็มีแผนงานที่ทยอยขายธุรกิจของ AIG ทั่วโลกมาคืนเงินดังกล่าว</p>
<p>- เงินที่เข้าไปซื้อ Asset Back Securites ที่มีปัญหา เมื่อปัญหาเริ่มหมดไป FED ก็คงทยอยลดการซื้อ</p>
<p>ในเรื่องของเงินเฟ้อผมคิดว่าปีหน้าน่าจะเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางแต่ละประเทศก็จะเริ่มส่งสัญญาณต่อนักลงทุน ว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งกว่าจะขึ้นจริงผมคิดว่าน่าจะช่วงครึ่งปีหลังของปีหน้าครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Green</title>
		<link>http://fundmanagertalk.com/economic-talk-joseph-stiglitz/comment-page-1/#comment-33</link>
		<dc:creator>Green</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2009 02:59:24 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://fundmanagertalk.com/?p=226#comment-33</guid>
		<description>ผมเองก็ไม่ได้ติดตามอ่านข่าวสารอะไรมากนั้น เมื่ออ่านบทความนี้ ก็มีข้อสงสัย ดังนี้ครับ 
 
อเมริกากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการอัดฉีดเงินเข้าระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบ เท่านั้นหรือครับ เช่นอัดฉีดเงินเข้าไปให้หมุนไปหน่อย และค่อยๆ ดึงกลับ หากเศรษฐกิจ ฟื้นขึ้นมาหน่อยแล้ว ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่อเมริกา ขาดดุลการค้าต่อประเทศคู่ค้าต่างๆ ในเอเชียโดยเฉพาะ จีน ได้อยู่ดี นโยบายงบประมาณขาดดุลก็ต้องทำไปเรื่อยๆ จน ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็แบกรับภาระหนี้แบบนี้ต่อไปไม่ได้ อยู่ดี 
 
 
หากเป็นเช่นนั้นแล้วจะอัดฉีดเงินไปทำไมครับ 
 
และ ทำไมจะต้อง ดึงเงินที่อยู่ในระบบกลับออกไป ( ดึงกลับเข้าประเทศ ) ด้วยครับ   
และหากไม่ได้ ดึงเงินออกจากระบบ   ความเสี่ยงที่จะเกิดเงินเฟ้อในอเมริกา มากน้อยแค่ไหนกันเชียวครับ  หากเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดเงินเฟ้อในประเทศ เอเชียที่มีเงินไหลเข้ามา </description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเองก็ไม่ได้ติดตามอ่านข่าวสารอะไรมากนั้น เมื่ออ่านบทความนี้ ก็มีข้อสงสัย ดังนี้ครับ</p>
<p>อเมริกากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการอัดฉีดเงินเข้าระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบ เท่านั้นหรือครับ เช่นอัดฉีดเงินเข้าไปให้หมุนไปหน่อย และค่อยๆ ดึงกลับ หากเศรษฐกิจ ฟื้นขึ้นมาหน่อยแล้ว ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่อเมริกา ขาดดุลการค้าต่อประเทศคู่ค้าต่างๆ ในเอเชียโดยเฉพาะ จีน ได้อยู่ดี นโยบายงบประมาณขาดดุลก็ต้องทำไปเรื่อยๆ จน ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็แบกรับภาระหนี้แบบนี้ต่อไปไม่ได้ อยู่ดี</p>
<p>หากเป็นเช่นนั้นแล้วจะอัดฉีดเงินไปทำไมครับ</p>
<p>และ ทำไมจะต้อง ดึงเงินที่อยู่ในระบบกลับออกไป ( ดึงกลับเข้าประเทศ ) ด้วยครับ  </p>
<p>และหากไม่ได้ ดึงเงินออกจากระบบ   ความเสี่ยงที่จะเกิดเงินเฟ้อในอเมริกา มากน้อยแค่ไหนกันเชียวครับ  หากเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดเงินเฟ้อในประเทศ เอเชียที่มีเงินไหลเข้ามา</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

