Home » Archive

Articles in the 3.2 Thai Economy Category

3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »

[19 Aug 2011 | 4 Comments | 2,159 views]
EconomicTalk – คิดๆ เขียนๆ … ใครได้ใครเสียจากการคุ้มครองเงินฝาก

11 สิงหาคม 2554 เป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 (“กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก”) กำหนดให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Agency หรือ “DPA”) ลดวงเงินการคุ้มครองเงินฝาก เหลือ 50 ล้า่นบาท/คน/สถาบันการเงิน จากเดิมที่คุ้มครองเต็มจำนวน จึงขอใช้โอกาสนี้ คิดๆ เขียนๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองเงินฝากของไทย จากมุมมองของผู้เขียนในฐานะผู้บริหารสถาบันการเงิน

การคุ้มครองเงินฝากในประเทศไทย มีความเป็นมาอย่างไร?
ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี 2540 ประเทศไทยไม่มีการคุ้มครองเงินฝากแต่อย่างใด …

3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »

[10 Jul 2011 | No Comment | 2,697 views]
EconomicTalk – นโยบายประชานิยม และผลกระทบต่อตลาดหุ้นและตลาดดอกเบี้ย

อาสา อินทรวิชัย, 11 ก.ค. 54
การปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยถึง +48 จุด ในวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น คงสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อย ต้องยอมรับว่าแม้สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นบ้านเราปรับตัวอยู่ใน “แดนลบ” เป็นแรมเดือนจะมาจากปัญหาหนี้ในยุโรป แต่สาเหตุสำคัญของการ rebound เมื่อวันจันทร์นั้นกลับมาจากปัจจัยในประเทศหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงนั่นเอง และไม่ว่าจะเป็นพรรคใดได้รับเสียงข้างมาก ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นครับ …..แต่การปรับขึ้นถึงเกือบ 50จุดนั้น ผมคิดว่ามาจาก “Populism” หรือ “นโยบายประชานิยม” …

3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »

[19 May 2010 | 3 Comments | 510 views]
ThaiTalk – ประเทศไทยต้องไม่แพ้

วันที่
วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จะเป็นวันที่คนไทยทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต
วันที่เราได้เห็นภาพโรงหนังสยาม ที่หลาย ๆ คน เคยไปดูหนังมาตั้งแต่สมัยเด็ก ถูกไฟเผาและถล่มลงมา
วันที่เราเห็นช่องสาม ถูกไฟเผาจนต้องปิดสัญญาณ และพนักงานหนีตาย
วันที่เราเห็นห้าง Central World ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชีย ถูกไฟเผาแต่เข้าไปดับเพลิงไม่ได้
วันที่เราเห็นห้องสมุดตลาดหลักทรัพย์ที่เราใช้เรียนหนังสือ ถูกเผาทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย
วันที่เราไม่สามารถออกจากบ้านได้ เพราะรัฐบาลประกาศ Curfew
วันที่เกิดอะไรแย่ ๆ เท่าที่จินตนาการคนจะคิดได้อีกมากมาย

ภาพ โรงหนังสยาม

ภาพ Central World
เสียใจ
เสียใจ ที่เห็นคนไทยด่าทอกันทุกวัน …

3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »

[17 Mar 2010 | 13 Comments | 15,040 views]
Economic Talk – อัตราดอกเบี้ยนโยบายและความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

หลายท่านคงเคยได้ยินข่าวของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอาจจะส่งสัยว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทย
ในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ภาครัฐจะกำหนดนโยบายที่สำคัญ 2 ประเภทคือ 1) นโยบายการคลัง และ 2) นโยบายการเงิน
1) ในส่วนของนโยบายการคลัง ซึ่งมีกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ จะดำเนินการผ่านเครื่องมือที่สำคัญ 2 ส่วน คือ
1.1) การจัดเก็บภาษี (รายได้ภาครัฐ) และ
1.2) งบประมาณแผ่นดิน (รายจ่ายภาครัฐ)
ซึ่งหากภาครัฐต้องใช้จ่ายมากกว่ารายได้ ก็จะถือเป็นการใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุล โดยจะต้องมีการกู้ยืมโดยการออกพันธบัตรเพื่อนำเงินมาชดเชยส่วนต่าง …

3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »

[7 Feb 2010 | No Comment | 855 views]
EconomicTalk – การคุ้มครองเงินฝาก (ที่กำลังจะสิ้นสุดลง) และการปรับตัวของผู้ฝากเงิน

ทราบหรือไม่ว่า ในปัจจุบัน เงินอออมของท่านที่ฝากอยู่กับสถาบันการเงิน (ได้แก่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์) ได้รับการคุ้มครองทั้งต้นและดอกเต็มจำนวนโดย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Agency หรือ DPA) ไม่ว่าท่านจะมีเงินในบัญชีเพียง ไม่กี่หมื่นบาทหรือเป็นพันล้านบาทก็ตาม • หมายความว่าถ้าแบงค์ที่ท่านฝากเงินอยู่เกิดมีอันเป็นไป (ล้ม) DPA ก็จะจ่ายเงินคืนให้ท่านครบทั้งจำนวน โดยที่ท่านไม่ต้องไปฟ้องร้องต่อศาลในฐานะเจ้าหนี้แบงค์เพื่อขอแบ่งเงินคืน • ซึ่ง …

3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »

[23 Aug 2009 | 7 Comments | 498 views]
EconomicTalk – คุณว่ารัฐบาลควรกู้หรือไม่ ?

เมื่อวันก่อนผมนั่งแท็กซี่กลับบ้าน พี่คนขับบ่นให้ฟังว่ารัฐบาลนี้เป็นแต่กู้เงิน ทำอย่างอื่นไม่เป็น เช่นเดียวกับที่ผมได้รับทราบจากสื่อต่าง ๆ กระแสสังคมตอนนี้กำลังต่อต้านการกู้เงินของรัฐบาลค่อนข้างหนัก ทั้งหมดเป็นที่มาของบทความในวันนี้ครับ ผมจะพยายามชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสีย ความเหมาะสมของรัฐบาลในการที่จะกู้เงิน ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินของรัฐบาลครับ
รายได้ และรายจ่ายของรัฐบาล

ราย ได้ของรัฐบาลมาจากภาษีที่เก็บจากประชาชนในหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลที่เก็บจากรายได้ที่อยู่ในระบบ ภาษีนิติบุคคลเก็บจากบริษัทจดทะเบียนที่มีกำไร ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการบริโภค ภาษีศุลกากรที่เก็บจากการนำเข้าส่งออก ฯลฯ หากผมตั้งคำถามว่าใครเสียภาษีเยอะ คำตอบคือผู้ที่มีรายได้เยอะไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหากรายได้เยอะก็ต้องเสีย ภาษีในฐานที่สูง โดยสูงสุดถึง 37% สำหรับนิติบุคคลที่กำไรเยอะก็ย่อมต้องเสียภาษีเยอะเช่นกัน สรุปสั้น …

Switch to our mobile site