Home » 4. Career Talk, 4.1 Fund Manager

CareerTalk – ชีวิตของคนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้จัดการกองทุน”

23 August 2009 2,078 views 5 Comments

Written by:

Blog นี้นำมาจากบทความที่เขียนโดย คุณ ณสุ จันทร์สม,CFA. ผู้จัดการกองทุนหุ้นระดับแนวหน้าของเมืองไทยคนหนึ่งที่ผมเคยมีโอกาสได้ร่วม งานด้วยครับ


มี ความเข้าใจกันอย่างทั่วไปว่า การเป็นผู้จัดการกองทุน หรือ Fund Manager เป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นหนึ่งในสาขาอาชีพที่เป็นที่คาดหวังของนักเรียน สาขาการเงินหลายๆคน สำหรับเหตุผลคงหนีไม่พ้นว่า ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้บริหารเงินที่มีจำนวนมาก มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลมากมายซึ่งใช้ประกอบการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามการเป็นผู้จัดการกองทุนก็มีข้อที่ควรระวัง ผู้เขียนขอสรุปประเด็นข้อดีและข้อควรระวังของการเป็นผู้จัดการกองทุนเพื่อ เป็นข้อคิดดังนี้


สำหรับข้อดีของการเป็นผู้จัดการกองทุน นอกจากการมีโอกาสที่ได้บริหารเงินค่อนข้างเยอะ (แต่ไม่ใช่เงินของตนเอง) คงหนีไม่พ้นการได้มีโอกาสพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียนฯต่างๆ การได้เข้าถึงทำให้สามารถทราบถึงวิสัยทัศน์ของคนในระดับผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโอกาสที่นักลงทุนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสนี้ เหตุผลที่ได้เข้าพบก็เนื่องมาจากผู้จัดการกองทุนถือได้ว่าเป็นนักลงทุน สถาบันและมีอำนาจในการตัดสินใจจะซื้อจะขายหลักทรัพย์ใดๆได้ สำหรับข้อดีอื่นๆของการเป็นผู้จัดการกองทุน ซึ่งถือว่าเป็นนักลงทุนสถาบัน ก็คือการมีโอกาสที่จะได้รับข้อมูลที่กว้างขวางจากโบรกเกอร์ต่างๆเกือบจะทุกแห่ง เนื่องจากโบรกเกอร์ทุกแห่งคงอยากได้การยอมรับจากผู้จัดการกองทุน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นโอกาสที่จะได้รับค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Brokerage Commission) ก็จะมีมากขึ้น หากจะสรุปสั้นๆก็อาจกล่าวได้ว่าผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่จะมีแต่คนเอาใจ จึงมีผู้จัดการกองทุนบางคนอาจหลงลืมไปว่าหน้าที่ที่แท้จริงของเค้าคืออะไร จริงจริงก็เป็นคนที่นักลงทุนฝากความหวังว่าจะสามารถช่วยนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีให้นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่องเท่านั้นเอง



สำหรับข้อควรระวังของการเป็นผู้จัดการกองทุนก็มีอยู่ไม่น้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความ คาดหวัง (Expectation) ของนักลงทุน ทั้งในด้านผลตอบแทนและความเสี่ยง ผู้จัดการกองทุนต้องตระหนักเสมอว่า เงินที่ลงทุนอยู่นั้นไม่ใช่เงินของตนเอง เงินที่นำมาลงทุนส่วนมากเป็นเงินที่นักลงทุนเก็บออมมาด้วยความยากลำบาก ส่วนใหญ่เพื่อใช้ในยามเกษียณ หรือเพื่อสำหรับการศึกษาของบุตรธิดาของนักลงทุนนั้น ความคาดหวังจึงมีค่อนข้างสูง หากผู้จัดการกองทุนไม่สามารถทำได้ตามความคาดหวังที่ตกลงกับนักลงทุนในตอน เริ่มต้น ผู้จัดการกองทุนก็คงต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ยากลำบากในการอธิบายให้กับผู้ลง ทุนเข้าใจ หากไม่เข้าใจก็อาจรุนแรงถึงการสูญเสียตำแหน่งหน้าที่การงาน ซึ่งมีให้เห็นอยู่ทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นผู้ จัดการกองทุนต้องมีเหตุผลในการลงทุนทุกครั้ง เพื่อในยามที่ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังผู้จัดการกองทุนสามารถตรวจเช็ค แก้ไขและอธิบายได้ว่าเกิดจากจุดใดและเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำในภายภาคหน้า


จาก การที่เป็นที่คาดหวังของนักลงทุนว่าจะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดี ผู้จัดการกองทุนจึงต้องทำงานหนัก อาจกล่าวได้ว่าหนักกว่าเพื่อการลงทุนเงินของตัวเองเสียอีก การทำการบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ งาน หลักของผู้จัดการกองทุนคือการเข้าเยี่ยมชมบริษัท Company Visit จากนั้นต้องกลับมาทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าเงินที่จะนำไป ลงทุนในบริษัทนั้นๆ จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้ ส่วนตัวของผู้เขียน หากไม่ได้พบกับผู้บริหารระดับสูงหรือคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าบริษัทจะ เดินไปในทิศทางใด ก็ขอเลือกที่จะไม่ลงทุนในบริษัทนั้นๆ เพราะสิ่งที่นักลงทุนสถาบันมีเหนือกว่านักลงทุนทั่วไปก็คือการมีโอกาสได้ เข้าพบผู้บริหารระดับสูง (Access to Management) หากไม่ใช้สิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์ก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นการรับจ้างลงทุนโดย ใช้ความรู้สึกอย่างเดียวและอาจทำงานไม่คุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมการจัดการที่ ผู้จัดการกองทุนนั้นได้รับมา

นอก จากนั้น กว่าจะมาเป็นผู้จัดการกองทุนได้นั้น เส้นทางก็ถือว่ายากพอสมควร กล่าวคือบุคคลนั้นๆต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าคนคนนั้นมีจรรยาบรรณที่ดีพอหรือไม่ การมีความรู้ความสามารถก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือผู้จัดการกองทุนต้องผ่านการสอบ Chartered Financial Analyst (CFA) หรือ Certified Investment and Securities Analyst Program (CISA) ซึ่งการสอบดังกล่าวจะเป็นการทดสอบความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์และบริหารการ ลงทุน โดยเนื้อหาจะครอบคลุมถึงการวัดความสามารถในการประเมินค่าสินทรัพย์เพื่อใช้ ประกอบการพิจารณาลงทุน ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทน รวมทั้งเปรียบเทียบการลงทุนในรูปแบบต่างๆ โดยเนื้อหาหลักๆ จะประกอบด้วย จรรยาบรรณ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Ethical & Professional Standards), เครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์การลงทุน (Investment Tools), การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Valuation), การบริหารกลุ่มสินทรัพย์ลงทุน (Portfolio Management) ถึงจะมีหัวข้อใหญ่ๆไม่กี่หัวข้อ แต่ต้องขอบอกก่อนเลยว่าไม่ง่ายเลยที่จะสามารถทำความเข้าใจและนำมาใช้งานได้ ทั้งหมด มีผู้จัดการกองทุนหลายคนรวมถึงตัวผู้เขียน กว่าจะผ่านการทดสอบต่างๆก็ใช้เวลาแรมปี ถ้าต้องทำอีกครั้งอาจจะขอยอมแพ้ไปเลยด้วยซ้ำ

สรุป – มี ข้อดีและข้อควรระวังเยอะสำหรับการเป็นผู้จัดการกองทุน หรือที่รู้จักกันว่า Fund Manager เป็นภาระที่หนักหน่วงเอาการเมื่อถึงเวลาต้องเอาเงินของคนอื่นมาบริหาร…เชื่อผู้จัดการกองทุนคนนี้เถอะครับ


โดย คุณ ณสุ จันทร์สม, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.อยุธยา จำกัด
ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550


 คุณ เจษฎา สุขทิศ, CFA. / นามทวิตเตอร์ @FundTalk ผู้ก่อตั้ง FundManagerTalk.com ปัจจุบันเป็น Senior Fund Manager ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (”SCBAM”) คุณ เจษฎา เรียนจบ ป.ตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ และ ป.โท ด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ที่ จุฬาฯ คุณ เจษฎา ได้เริ่มทำงานด้านบริหารเงินลงทุนในปี 2545 กับ บลจ. ยูโอบี (”UOBAM”) … ต่อมาในปี 2548 คุณ เจษฎา ได้ย้ายไปเป็นผู้จัดการกองทุนสังกัด บลจ. อยุธยา เจเอฟ (”AJF”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ JPMorgan Asset Management โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น บลจ. อยุธยา (“AYF”) … และในปี 2554 คุณ เจษฎา ก็ได้ย้ายไปสังกัดอยู่ค่าย SCBAM ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และบริหารเงิน คุณ เจษฎา มีงานอดิเรก คือการทำร้าน “La Lune Bar & Restaurant” ร่วมกับเพื่อน และการเขียนบทความ /บล็อก เกี่ยวกับการลงทุน Read more from this author


5 Comments »

  • ทิวลิป said:

    ขอบคุณมากค่ะ ได้แรงบันดาลใจมากค่ะ

      ( Quote )

    [Reply]

  • bonamtarn said:

    สอบถามเรื่องการสอบ FM license ครับ

    จำเป็นไหมครับที่ต้องได้ CISA/CFA ทั้งสามระดับก่อน จึงเข้าไปทำการสอบ FM

    เพราะรู้สึกว่า ปัจจุบันรับ ass fund manager น้อยมาก มี่คนแนะนำว่า ถ้าไปสอบมาก่อน องค์กรอาจจะสนใจให้เข้าทำงานเพราะจะไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้เรา

    ส่วนตัว สนใจสายงานทางด้านนี้ครับ เพิ่งได้แค่ CISA 1 แต่วางแผนไว้ว่าจะสอบ CISA 2 และ CFA ปลายปีนี้ด้วย จึงสอบถามเรื่อง FM ครับ ว่า ถ้าสอบได้ ควรไปสอบเองดีไหม

      ( Quote )

    [Reply]

  • FundTalk (author) said:

    ไม่จำเป็นต้องได้ cisa / cfa ทั้ง 3 ระดับจึงค่อยทำการสอบ FM ครับ

    สำหรับประเด็นเรื่องการที่องค์กรต้องออกค่าใช้จ่ายในการสอบให้ ผมคิดว่าไม่เป็นนัยสำคัญครับ ผมมองว่าบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนพร้อม และยินดีสนับสนุนให้พนักงานที่มีศักยภาพไปสอบ และจ่ายค่าสอบให้ครับ โดยมากต้องสอบให้ผ่านก่อนจึงจะมาเบิกเงินได้ครับ

    สำหรับการสอบ Fund Manager หากยังไม่ได้ทำงานกับ บลจ. การไปสอบเองผมเห็นด้วยครับ (แต่เปลืองนิดนึงนะครับ) เพราะถ้าคุณมี Fund Manager License + CISA/CFA ย่อมมีภาษีที่ดีขึ้นครับ ยิ่งถ้ามีประสบการณ์ในสายการเงิน / การลงทุน 2 ปี ด้วย สามารถขึ้นทะเบียนเป็น Fund Manager ได้เลยครับ

      ( Quote )

    [Reply]

  • clarie said:

    ผมจบนิติมาเลขไม่ค่อยเก่งที่จะมาทำงานด้านนี้จะได้รึเปล่าครับ

      ( Quote )

    [Reply]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

 

Switch to our mobile site